ตำนาน.......เป็นสิ่งเล่าขานกันมาเป็นเวลานาน
อาจจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่.....ก็ไม่มีใครสามารถทราบได้
ณ
หมู่บ้านบริเวณชานเมืองแห่งหนึ่งทางแถบยุโรป
มีตำนานเล่าขานกันมาว่า
ในเวลาเที่ยงคืนของวันที่พระจันทร์เต็มดวง
มักจะมีหญิงสาวสวยผู้มีหน้าตาสะสวยเหมือนสาวทางโซนเอเชีย
มายืนมองดูน้ำพุที่ลานกลางหมู่บ้านด้วยร้อยยิ้ม
เธอสวมชุดสีขาวนวล
ผมสีดำที่กลมกลืนกับความมืดรอบข้าง
แต่มันกลับสะท้อนแสงจันทร์ได้เป็นอย่างดีของเธอ
พลิ้วไหวไปมาตามสายลมอ่อน
เธอถูกขนานนามว่า 'Princess
of Moon' หรือเรียกอีกอย่างว่า
เจ้าหญิงแห่งจันทรา
ตามตำนานเล่าว่า
เธอเป็นผู้ที่อพยพย้ายถิ่นมาจากฝั่งตะวันออกกับสามีของเธอที่เดิมทีเป็นคนของหมู่บ้านนี้
เธอเป็นคนที่มีอัธญาศัยดี
เธอมักจะยิ้มแย้มให้กับผู้คนในบริเวณนั้นเสมอ
ถึงแม้เธอจะสื่อสารกับพวกเขาไม่ค่อยรู้เรื่องก็ตาม
ทุกๆวันเธอจะออกมาเก็บดอกคาร์เนชั่นสีขาวที่สวนข้างบ้าน
มาแจกจ่ายให้กลับผู้คน
ที่สวนดอกไม้ของเธอนั้นมีดอกไม้หลากหลายสายพันธ์แต่ส่วนใหญ่จะเป็นดอกคาร์เนชั่นสีขาว
อีกทั้งดอกไม้ทุกชนิดล้วนมีสีขาวทั้งสิ้น
ชาวบ้านจึงคิดว่าเธอคงจะชอบสีขาว
เพราะเธอมักจะใส่ชุดสีขาวเป็นประจำอีกด้วย
เรื่องราวดำเนินมาเป็นอย่างปกติสุขจนเมื่อคืนนึง
เกิดเหตุขึ้นกับสามีของเธอ
ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
จนรุ่งสาง
เมื่อภรรยาของผู้ใหญ่บ้านประตูบ้านออกมาพบกับหญิงสาว
เธออุ้มร่างที่ไร้ชีวิตของสามีของเธอด้วยใบหน้าเรียบเฉยในดวงตาของเธอปราศจากความสดใสร่าเริงเหมือนที่ผ่านมา
ชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ของเธอโชกไปด้วยเลือด
หญิงสูงวัยตกใจมากทั้งเรื่องที่สามีเธอมีสภาพอย่างนั้นและผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอสามารถอุ้มเขาได้
จึงเรียกสามีของตนออกมา
ในตอนบ่ายของวันได้มีการจัดงานศพให้สามีของเธอ
และเป็นครั้งแรกที่ชาวบ้านได้เห็นเธอใส่ชุดสีอื่นนอกจากสีขาว
ซึ่งนั่นก็คือสีดำ
ตลอดงานทุกอย่างดำเนินการไปเรื่อยๆโดยที่เธอยังคงนั่งตัวตรงสีหน้าเรียบเฉย
ผิวของเธอดูขาวซีดกว่าทุกวัน
ดูจากขอมือที่โผล่พ้นชายแขนเสื้อ
และต้นคอของเธอเนื่องวันนี้เธอมวยผมขึ้นไว้ด้านบนอีกทั้งใบหน้าสวยนั่นอีก
ตลอดทั้งวันเธอไม่พูดจากลับใครเลย จนมาถึงขั้นตอนที่จะต้องเอาร่างของคนอันเป็นที่รักคืนให้กับผืนดิน
เธอยิ้มออกมาน้อยๆที่มุมปาก
และนั่นเป็นรอยยิ้มสุดท้ายที่ทุกคนได้เห็นจากเธอ
วันต่อมา
เธอยังคงมีหน้าตาที่เรียบเฉยเหมือนเมื่อวาน
ที่น่าแปลกคือวันนี้เธอใส่ชุดสีดำผมของเธอถูดมวยขึ้น
เธอยังคงออกมาเก็บดอกคาเนชั่นที่สวนข้างบ้านของเธอมาให้ทุกคนเหมือนเดิม
แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือรอยยิ้มอันสดใสของเธอ.....มันหายไป
ทุกคนคิดว่าเธออาจจะยังคงเสียใจกับสิ่งไม่คาดฝันที่เกิดขึ้น
แต่ยิ่งนานวันเข้า จาก 1
เดือนเป็น
1 ปี
จาก 1
ปีเป็น
10 ปี
จนกระทั่ง 30
ปี
เธอก็ยังเป็นเหมือนเดิม
ไม่มีรอยยิ้มที่สดใส
สุดสีขาวสะท้อนแสงตะวันของเธอก็หายไปด้วยเล่นกัน
แต่ที่น่าแปลก.....หน้าตาของเธอกลับไปได้ดูแก่ลงเลยจากเมื่อ
30 ปีที่แล้ว
หน้าตาที่สะสวยของเธอยังคงเหมือนเดิมทุกประการ
พร้อมกับกิจวัตรประจำวันที่เหมือนกันกับเมื่อ
30 ปีก่อน
จนชาวบ้านเริ่มสงสัยว่าทำไมกัน?
หลังจากนั้นก็เริ่มมีเรื่องเล่ากันหนาหูว่าจริงๆแล้วเธออาจจะเป็นปีศาจ
ที่สามีเธอตายเธอก็อาจจะเป็นคนฆ่าเองก็ได้
หน้าตาใสซื่อมันก็อาจจะแค่เป็นสิ่งลวงโลก!
และอีกต่างๆมากมายสารพัด
หลังจากที่มีข่าวลือแผ่ขยายออกมาเป็นวงกว้าง
ชาวบ้านเริ่มที่จะไม่รับดอกไม้จากเธอ
และกันพวกเด็กๆ ให้ออกห่างจากเธอ
เพราะเด็กมักจะชอบไปเล่นกับเธอเสมอ
ด้วยเหตุผลที่ว่าอยากให้พี่สาวหายเศร้าและยิ้มให้พวกเขาอีกครั้ง
.
.
.
…
…
…
.
.
.
จนวันนึงเธอกลับมาใส่ชุดสีขาวและผมสีดำสลวยถูกปล่อยลงมาอีกครั้งพร้อมกับใบหน้าที่ถูกประดับด้วยรอยยิ้มสดใสเหมือนเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว
แต่ในครั้งนี้เธอไม่ได้เก็บดอกคาร์เนชั่นไปให้เพื่อนบ้านเหมือนเช่นเคย
แต่เธอกับตรงไปยังลานน้ำพุกลางเมือง
ร่างบางของเธอทรุดตัวลงนั่งตรงขอบรอบๆน้ำพุเธอนั่งอยู่ตรงพร้อมกับร้อยยิ้มที่ถูกฉาบไว้บนหน้าตลอดทั้งวัน
จนเวลาล่วงเลยมาถึงพลบค่ำเธอก็ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน
จนกระทั่งในตอนเช้าเพื่อนบ้านสังเกตุเห็นรอยเลือดที่ยังไม่แห้งดีลากเป็นทางยาวจากสวนดอกไม้ของหญิงสาวที่ตอนนี้ทั้งสวนถูกอาบไปด้วยเลือดชวนดูน่าสยดสยอง
ไปจนถึงลานน้ำพุกลางหมู่บ้าน
ทุกคนก็ต่างต้องตกใจ
เมื่อที่นั่นพบร่างของหญิงสาว
เธอนอนอยู่ในบ่อน้ำพุ
ใบหน้าของเธอดูเหมือนคนกำลังนอนหลับ
ชาวบ้านคนนึงจึงเดินเข้าไปดูว่าเธอหายใจอยู่หรือไม่
แต่ผลปรากฏว่าไม่....เธอไม่หายใจอีกต่อไปแล้ว
แต่สิ่งทำให้ทุกคนหวาดผวาคือ
ชุดของเธอถูกย้อมไปด้วยสีเลือดอย่างไม่ต้องสงสัย
แล้วทำไมน้ำในบ่อน้ำพุถึงไม่กลายเป็นสีเลือดไปด้วยเล่า
แต่กลับคงใสสะอาดและถูกโรยไปด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาวที่ถูกย้อมสีด้วยเลือดอีกต่างหาก
แถมยังไม่มีกลิ่นของคาวเลือด
แต่กลับเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกคาร์เนชั่นตลบอบอวนไปทั่วบริเวณ
หลังจากนั้นชาวบ้านได้นำร่างของเธอมาทำพิธี
แล้วนำไปฝังไว้ใกล้กับสามีของเธอ
และปลูกต้นคาร์เนชั่นสีขาวล้อมรอบที่นั่นไว้
.
.
.
.
.
.
.
.
.
นี่คือเรื่องเล่าของเธอ....เจ้าหญิงแห่งจันทรา
ไม่มีใครทราบว่าทำไม....และเธอคือใครกันแน่
TALK :
อาจจะยังไม่ค่อยดีแต่จะพยายามต่อไปนะ~~
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น