คำเตือนก่อนอ่าน(ยาวไปแต่ควรอ่าน)
: แฟนฟิคอันนี้ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้คือการมโนของคนแต่งล้วนๆ
โดยจะมีคาแรคเตอร์ที่เป็นไปตามนิยายต้นฉบับ
แนะนำถ้าใครอยากจะอ่านนิยายเรื่องนี้ไม่ควรอ่านแฟนฟิคอันนี้นะคะ
คุคิ แต่ถ้าอ่านอยู่สำหรับคนที่อ่านเล่มสองขึ้นไปนะคะ
เพราะมันเฉลยผู้ทรยศแล้ว
เอาล่ะ!
เตือนอีกครั้งแฟนฟิคอันนี้เป็น
ช-ช
ใครไม่ชอบก็ปิดไปเถอะค่ะ
(นิยายเรื่องนี้เป็นแนวฆ่าโหดๆ
ตามชื่อเรื่องเลยค่ะ อาจจะคิดว่า
แกไปเอาตรงไหนมาจิ้นกันล่ะเนี่ย
แต่คนบ้าอย่างคนแต่งนี่แล่ะค่ะ
จิ้นได้เป็นเรื่องเป็นราว
555)
แฮ่กๆ
เสียงหอบเหนื่อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบและบรรยายที่วังเวง
“มันเลิกตามมาหรือยัง”
อิชย์หันไปถามกับเปลวเพลิงที่ยืนหอบหนักอยู่ด้านข้าง
พลางทรุดตัวลงหนังข้างกำแพงตึกเรียนอย่างเหนื่อยอ่อน
ใช่แล้ว....พวกเรากำลังโดนไล่ฆ่า
“คงจะไปแล้วล่ะ”
เปลวเพลิงมองกลับไปทางด้านหลัง
เมื่อไม่เห็นเงาหรือเสียงฝีเท้าใดๆตามมา
จึงหันไปตอบกับอิชย์ด้วยความโล่งใจไปเปราะหนึ่ง
แต่มันไม่ทั้งหมดเพราะพวกเขาสองคนหลงกับผู้เล่นที่เหลือ
กริ๊ง...กริ๊ง...กริ๊ง
โทรศัพท์เครื่องสวยของเปลวเพลิงแผดเสียงร้องขึ้นในขณะที่พวกเขาทั้งสองกำลังนั่งกอบโกยอากาศเข้าปอดกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
เนื่องจากหายใจไม่ทัน
'ฟองดาว'
“ฮัลไหลฟอง อยู่ที่ไหน?”
เปลวเพลิงกรอกเสียงใส่สาย
ด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง
ตอนนี้น้องสาวของเขาไปอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้
[ฮึก...พี่เพลิง...ฟอง..ง
ฮือ...]
เสียงปลายเริ่มพูดไม่เป็นคำ
ด้วยอาการหวาดกลัว
ยิ่งทำให้สติของเปลวเพลิงกระเจิดกระเจิงมากกว่าเดิม
“ฟองตั้งสติไว้นะ แล้วบอกพี่
ฟองอยู่ที่ไหน”
เปลวเพลิงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งทั้งที่ในใจกำลังกระวนกระวายเกี่ยวกับน้องสาวเป็นอย่างมาก
[ฟอง..ง...อยู่บ้านแล้ว...ฮึก...พี่เพลิงไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ]
ปลายสายตอบกลับมาเสียงสั่น
“งั้นดีแล้ว ไม่ต้องร้องนะ
พี่จะรีบกลับไป”
เปลวเพลิงบอกด้วยความโล่งใจเป็นอย่างมากกับคำตอบที่ได้รับกลับมา
[ฮึก..ก...พี่เพลิงรีบกลับมานะ.....ตรู๊ด]
ปลายสายพูดแค่นั้นก่อนที่จะตัดสายไป
“ฟองเป็นไงบ้าง”
อิชย์ถามเปลวเพลิงด้วยสีหน้ากังวล
เพราะเมื่อกี้พวกเขาเพิ่งจะผ่านเหตุการณ์ความเป็นความตายมาสดๆร้อนๆ
มันเลยดูน่าหวาดกลัวไปเสียหมดทุกอย่าง
“ฟองอยู่ที่บ้านแล้ว
ฉันว่าเราก็ควรรีบกลับกันได้แล้ว”
เปลวเพลิงบอกเสียงเรียบ
ก่อนจะเดินลุกขึ้นนำอิชย์ไปที่โรงจอดรถด้วยความระแวดระวัง
พวกเขาไม่รู้ว่าผู้ทรยศจะเขามาปะทะกับพวกเขาอีกเมื่อไร
ดังนั้นเวลานี้พวกเขาต้องระวังให้มากที่สุดและอย่าประมาทเป็นอันขาด
สุดท้ายทั้งสองคนก็มาถึงรถและขับกลับไปบ้านได้อย่างปลอดภัย
บรรยากาศภายในรถมีแต่ความเงียบและความกังวล
เปลวเพลิงและอิชย์ต่างคนต่างจมปลักกับเรื่องที่เกิดขึ้น
เกมที่พวกเขากำลังเล่นมันไม่ใช่แค่เกมหลอกเด็กแต่เกมนี้มันเล่นจริงตายจริงเลยต่างหาก
เปลวเพลิงพูดขึ้นทำลายบรรยากาศชวนเวียนหัวภายในรถ
โดยการชวนให้อิชย์ไปนอนที่บ้านของตน
ด้วยเหตุที่ว่าผู้ทรยศอาจจะลอบเข้าไปทำร้ายตอนกลางคืนได้
เนื่องจากบ้านของอิชย์มีระบบเซฟตี้ไม่หนาแน่นนัก
และอิชย์อยู่คนเดียวเพราะพ่อและแม่ไปทำงานต่างประเทศ
สู้มาอยู่บ้านเขาที่มีระบบเซฟตี้แน่นหนากว่า
เพื่อความปลอดภัยจะดีกว่า
ทั้งสองคนเดินเข้ามาข้างในบ้านก็พบกับร่างเพรียวของฟองดาวที่นั่งรออยู่ที่โซฟาด้วยท่าทีกระวนกระวาย
“พี่เพลิง!!”
ฟองดาวร้องออกมาและตรงเข้ามากอดผู้เป็นพี่ด้วยความดีใจ
ที่เห็นพี่ชายกลับมาอย่างปลอดภัย
ไม่ได้เป็นอย่างที่ตนเองกังวลไป
“ฟองไม่เป็นไรใช่มั้ย”
อิชย์ที่เดินตามเปลวเพลิงมาร้องถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
ฟองดาวก็เปรียบเสมือนน้องสาวของเขาอีกคน
เขาจึงห่วงเธอมากไม่ต่างจากเปลวเพลิง
“ฟองไม่เป็นอะไร พวกพี่ปลอดภัยก็ดีแล้ว”
ฟองดาวส่ายหน้าไปมากับอกของพี่ชายด้วยความโล่งใจ
เปลวเพลิงกอดกระชับร่างของน้องสาวแน่นขึ้นไปอีก
เขากลัวเหลือเกินว่าเกมนี้มันจะพรากน้องสาวของเขาออกไปจากอก
เขากลัวมากเลยจริงๆ
“อืม...งั้นเราไปอาบน้ำ
แล้วแยกย้ายกันไปนอน”
เมื่อสิ้นสุดคำพูดของเปลวเพลิง
ทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันไปทำธุระของตัวเอง
เพราะวันนี้พวกเขาเหนื่อยกันเหลือเกิน
ร่างกายทุกส่วนล้าไปหมด
อิชย์เปิดประตูเข้ามาในห้องที่เขาใช้นอนเป็นประจำเมื่อมาค้างที่บ้านเปลวเพลิง
ร่างบางทิ้งกายนั่งลงบนปลายเตียงนุ่มด้วยความเหนื่อยอ่อน
ก่อนจะคว้ารีโมทข้างตัวขึ้นมาเปิดเครื่องปรับอากาศเพื่อดับความรุ่มร้อนภายในใจ
อิชย์ลุกขึ้นไปยืนหน้าตู้เสื้อผ้าที่ข้างในมีเสื้อผ้าของเขาอยู่บ้างประปราย
ที่ขนมาด้วยเมื่อมาค้างที่นี่
ร่างบางหยิบเอาชุดนอนออกมาแขวนเอาไว้หน้าตู้
ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อนักเรียนออกแล้วตามด้วยเข็มขัดและกางเกงตามลำดับ
ร่างเปลือยเปล่า
เดินเข้าห้องน้ำไปพร้อมกับผ้าขนหนูเนื้อนิ่มผืนหนึ่ง
เพื่อใช้ห่อหุ้มตัวหลังจากออกจากห้องน้ำ
มือบางเอื้อมไปเปิดน้ำก่อนจะตามด้วยเครื่องทำน้ำอุ่น
ซ่า..าา...าา....
เสียงน้ำตกกระทบกับพื้นและร่างกายที่มีผิวขาวเนียนละเอียด
มือบางลูบไล้สบู่ไปทั่วกาย
เพื่อทำความสะอาดชำระล้างร่างกายจากสิ่งสกปรกที่ต้องพบเจอมาทั้งวัน
น้ำอุ่นๆที่ชะโลมไปทั่วทั้งร่างกาย
ทำให้เจ้าตัวรู้สึกสบายและผ่อนคลาย
และในขณะที่อิชย์กำลังอาบน้ำอยู่อย่างสบายอารมณ์นั้น........
ปัง!!
เสียงประตูที่ถูกกระแทกให้เปิดออกอย่างแรงด้วยพละกำลังมหาศาลของผู้มาใหม่ก็ดังขึ้นดึงอิชย์ออกมาจากความสุขตรงหน้าทันที
“ทิเบต!!”
อิชย์ครางชื่อคนตรงหน้าเสียงดังลั่น
'เข้ามาได้ยังไงกัน!'
ร่างสูงของทิเบตย่างกายเข้ามาใกล้กายขาวที่เปลือยเปล่าของอิชย์มากยิ่งขึ้น
ร่างบางสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว
“หึหึ
กลัวรึไงกัน”
เสียงทุ้มแหบพร่าตามแบบฉบับของทิเบต
ดังขึ้นเบาๆข้างหูที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด
ร่างกายเปียกปอนไปทั่วเนื่องจากหยาดน้ำที่ไหลหลั่งมาจากฝักบัวที่อยู่ด้านบนศรีษะของทั้งสองคน
เสื้อเชิ้ตสีดำลู่แนบไปกับลำตัวสูงโปร่ง
ทิเบตเสยผมขึ้นเล็กน้อย
เผยให้เห็นนัยตาสีหม่นที่จ้องตรงมาสำรวจทุกซอกทุกมุมของร่างบาง
ก่อนจะเข้าประชิดตัวร่างบางอย่างรวดเร็ว
“ปล่อยนะ!
แล้วก็เลิกจ้องคนอื่นแบบนั้นสักที!”
อิชย์ร้องโวยวาย
ร่างบางพยายามจะสะบัดออกจาการจากพันธนาการของทิเบต
แต่มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย
เขาถูกกักเอาไว้ในอ้อมแขนแกร่ง
ทางออกทุกทางถูกปิดหมด
และด้วยแรงที่น้อยกว่าอีกฝ่ายมากนักจึงทำให้เขาเสียเปรียบ
'ทำไมถึงเกิดมาตัวเล็กนักนะ!'
อิชย์สบถว่าตัวเองในใจ
“หึหึ”
ทิเบตหัวเราะเบาๆในลำคอกับท่าทีของอีกฝ่าย
มือหยาบลูบไล้ไปตามเรือนร่างของร่างบางในอ้อมแขนอย่างจาบจ้วง
“อะ...อือ...อะ..อย่าลูบ...ปล่อย”
อิชย์ครางเบาๆ
พยายามดันร่างคนที่กำลังทำรุ่มร่ามกับร่างกายของตัวเองออกไปไกลๆ
แต่มันก็ไม่เป็นผล
มือบางทั้งสองข้างถูกจับตรึงขึ้นเหนือหัวด้วยมือหนาของทิเบตเพียงข้างเดียว
ร่างบางดิ้นส่ายไปมาพยายามที่จะสะบัดตัวออก
แต่นั่นกับเป็นการเปิดโอกาสให้ร่างสูงสูดดมความหอมจากซอกคอขาวระหงส์
ทิเบตเอื้อมมือไปปิดน้ำ
ริมฝีปากอุ่นลากไล้มาที่อกขาวที่ดูมีกล้ามเนื้อฝังอยู่บ้างไม่มาก
แต่ดูแล้วมันช่างลงตัวและน่าหลงไหล
ลิ้นร้อนลากเลียไปทั่วตุ่มไตสีสวย
มือหนาบดขยี้ตุ่มไตอีกข้างที่ตั้งชูชันรับสัมผัสจากเขา
ลิ้นร้อนตวัดเลียมันอีกครั้ง
ก่อนจะดูดกลืนมันเข้าไปราวกับว่ามันเป็นขนมหวานอันโอชะ
“อ๊ะ..พะ...อื้อ...เพลิง...ช่วยด้วย”
อิชย์เอ่ยเรียกชายผู้มีเรือนผมสีบรอนด์ทอง
ด้วยเสียงที่เบาหวิว
และดูเหมือนว่าเสียงของอิชย์จะส่งไปถึงเจ้าของชื่อเสียด้วย
ปึง!!
“เพลิง...อึก...อื้อ...ช่วยที”
อิชย์ครางเรียกคนมาใหม่ด้วยเสียงเบาหวิว
เนื่องจากอุณหภูมิของร่างกายที่เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากถูกมือหนาของทิเบตปลุกปั่นมาอย่างต่อเนื่อง
“หึ
ขี้โกงนี่” เปลวเพลิงยกยิ้มที่ริมฝีปากน้อยๆ
ก่อนร่างสูงโปร่งย่างกายเข้ามาใกล้ทั้งสองคน
ด้วยท่าทีสบายๆ
ไม่มีอาการตระหนกตกใจแต่อย่างใด
ทั้งๆที่ 'ผู้ทรยศ'
อย่างทิเบตเข้ามาประชิดตัว
'ผู้ถูกล่า'
อย่างเราขนาดนี้
แล้วไหนจะคำพูดชวนสงสัยนั่นอีก
ทำให้อิชย์เกิดความสับสนอยู่ภายในใจ
“ขะ...ขี้โกง?...หมายความว่--
อื้อ!”
ไม่ทันที่อิชย์จะได้พูดจบ
ริมฝีปากบางบางก็ถูกทาบทับด้วยริมฝีปากหยักได้รูปจากเปลวเพลิง
คำพูดที่คิดจะพูดเมื้อกี้ถูกกลืนกลับเข้าไปในลำคอ
เปลวเพลิงดูดเม้มริมฝีปากบางแรงๆ
เพื่อให้อีกคนอ้าปากออก
ลิ้นร้อนสอดเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็กเชิงหยอกล้อ
ในขณะที่มืออีกข้างก็เอื้อมไปบดขยี้ยอดอกสีชมพูที่ตั้งชูชันรอรับสัมผัส
อกบางแอ่นขึ้นเล็กน้อย
เมื่อได้สัมผัสกับไอ้ร้อนที่แผ่ออกมาจากมือของอีกฝ่าย
“อะ....อือ....อ้าา...ทิ..เบต”
ริมฝีปากบางของอิชย์ถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระอีกครั้ง
เรียวปากแดงช้ำจากการจูบที่หนักหน่วงเมื่อสักครู่เผยอขึ้นเล็กน้อย
ร่างบางครางออกมาด้วยความเสียวซ่านที่อีกสองคนมอบให้
มือหนาของทิเบตรูดรั้งกายเล็กช้าๆ
เพื่อเป็นการแกล้งอีกฝ่ายให้ทรมาณเล่น
อีกทั้งลิ้นร้อนของเปลวเพลิงที่ไล่เลียไปทั่วหน้าท้องแบน
“อะ...ไอ้พวกบ้า...คิดจะ...ทำอะไร...อึก...กัน”
อิชย์พยายามควมคุมเสียงให้เป็นปกติ
ก่อนจะเอ่ยถามทั้งสองคน
ที่แอบไปวางแผนกันมาลับหลังเขา
“หึหึ
ก็รู้ๆกันอยู่ไม่ใช่รึไง”
ทิเบตพูดเสียงเรียบ
ก่อนจะก้มลงครอบครองแก่นกายเล็กด้วยริมฝีปากอุ่น
ร่างบางสะดุ้งเฮือกสะท้านไปทั่วทั้งกาย
แต่ก่อนที่อิชย์จะได้พูดแย้งอะไรก็ถูกริมฝีปากหยักของเปลวเพลิงปิดทับลงมาอีกครั้งก่อนจะผละออกไป
“ไม่ต้องกังวลไปหรอก”
เปลวเพลิงพูดพร้อมกับส่งรอยยิ้มละมุนไปให้คนที่แทบจะทรงตัวไม่อยู่ตรงหน้า
แต่อิชย์กับรู้สึว่ารอยยิ้มนั้นมันน่ากลัวขึ้นมาตะหงิดๆ
“ฉันว่าที่เตียงเหอะ”
ทิเบตเงยหน้าขึ้นมาจากการปรนเปรอให้ร่างบาง
ก่อนเอ่ยความคิดของตนให้ผู้สมรู้ร่วมคิดทราบ
“อือ ก็ดีเหมือนกัน”
เปลวเพลิงพยักหน้ากับความคิดของทิเบต
ในขณะที่อิชย์กำลังมัวเมากับความรู้แปลกประหลาดที่พุ่งและถาโถมเข้ามาอยากหนักหน่วงในใจตอนนี้
หลังจากที่เปลวเพลิงพูดจบร่างสูงก็ช้อนร่างบางขึ้นมาแนบอก
ก่อนจะอุ้มพาไปที่เตียง
ในขณะที่ทิเบตถอดเสื้อตัวเองออกอย่างลวกๆ
แล้วกองทิ้งไว้ในห้องน้ำอย่างไม่ใยดี
ก่อนจะเดินตามอีกสองคนมาที่เตียง
“อื้อ”
อิชย์ครางออกมาเล็กน้อยเมื่อแผ่นหลังเปลือยเปล่าของตัวเองสัมผัสกับที่นอนหนานุ่ม
บวกกับเครื่องปรับอากาศที่ตัวเองเปิดไว้เสียแรงในตอนแรก
ทำให้ร่างบางสั่นน้อยๆ
กับอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป
แต่ไม่นานความรู้สึกอุ่นซ่านก็เข้ามาแทนที่
ร่างสูงของเปลวเพลิงกับทิเบตเริ่มปรนเปรอร่างบางอีกครั้ง
เพราะเมื่อกี้พวกเขามัวแต่แกล้งร่างเล็กกันอยู่
เจ้าตัวเลยมีสีหน้าทุกข์ทรมาณ
แล้วก็ดิ้นพราดกับทุกสัมผัสที่ทั้งสองผมให้
'ก็แน่ซิ
เขายังไม่ได้ปลดปล่อยเลยนี่'
“อื้อ..เพลิง...ยะ...อื้อ...แกล้ง”
อิชย์เริ่มพูดไม่เป็นภาษา
เมื่อกายเล็กถูกครอบครองด้วยริมฝีปากของเปลวเพลิง
โดยมีทิเบตที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลังกำลังประคองร่างบางให้นั่งชันเข่าโดยขาทั้งสองข้างแยกออกกว้าง
และมีตัวของเปลวเพลิงแทรกอยู่ตรงกลาง
ริมฝีปากของทิเบตพ่นลมร้อนใส่หูร่างบางเบา
ก่อนจะตวัดลิ้นเลียและขบเม้มติ่งหูนั่นเบาๆ
แต่ก็สร้างความเสียวให้ร่างบางได้ไม่น้อย
จนต้องหลุดเสียงครางที่พยายามกลั้นเอาไว้อีกครั้ง
“อ้าาา...เพลิง...จะไปแล้ว....อื้อ!!”
ร่างบางของอิชย์กระตุกเกร็งจนร่างสูงทั้งสองสัมผัสได้
ร่างบางครางลั่นก่อนจะปลดปล่อยความไคร่ออกมาเต็มโพรงปากของร่างสูง
เปลวเพลิงคายน้ำรักสีขาวขุ่นออกมาใส่มือก่อนจะเอาไปป้ายที่ช่องทางสีหวาน
นิ้วเรียวยาวค่อยๆกดเข้าไปช้าๆทีละนิด
“อ้า...จะ..เจ็บ”
อิชย์ครางออกมาเมื่อสิ่งแปลกเริ่มที่จะเข้ามาสำรวจที่ช่องทางด้านหลัง
ความเจ็บเสียดเริ่มก่อตัวเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ
เมื่อเปลวเพลิงเริ่มเพิ่มจำนวนนิ้วมากขึ้นไปอีก
หยาดน้ำสีใสที่เริ่มเอ่อคลอขึ้นมาที่หางตาทั้งสองข้าง
ทิเบตก้มลงใช้ลิ้นไล่เลียดทุกหยาดหยดออกจากใบหน้าหวาน
ก่อนจะประกบจูบร้อนแรงลงไป
เพื่อเป็นการดึงความสนใจจากความเจ็บทางด้านหลัง
“หายเจ็บรึยัง”
ทิเบตผละออกมาจากริมฝีปากบางอย่างเสียดาย
ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแบบที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน
'แล้วทำไม
เราต้องมาใจเต้นแปลกๆแบบนี้ด้วย'
อิชย์คิด แต่เสียงที่เปล่งออกไป
ก็ยังคงเป็นเสียงครางหวานหู
ที่ไปกระตุ้นอารมณ์ดิบในกายให้กับทิเบตและเปลวเพลิงเป็นอย่างมาก
อาการเกร็งในช่วงแรกของร่างบางเริ่มหายไป
ทำให้เปลวเพลิงสามารถเพิ่มนิ้วเข้าไปได้อีกนิ้ว
ก่อนจะดันมันเข้าไปจนสุด
ก่อนจะควานไปมาและครูดผนังอ่อนนุ่มด้านในเบาๆ
ความเสียวซ่านพุ่งพร่านไปทั่วร่างบาง
จนอิชย์ต้องกัดปากเพื่อระงับเสียงที่หน้าอายของตัวเองเอาไว้
ไม่ให้มันออกมามากกว่านี้
“จะกลั้นไว้ทำไม
ฉันอยากได้ยินเสียงนายนะ”
เปลวเพลิงพูดเสียงเข้ม
ตาคมมองหน้าร่างบางด้วยสายตาที่มีเลิศนัย
ทิเบตเอื้อมมีไปแกะปากบางๆที่ถูกเจ้าตัวกัดเอาไว้เสียจนได้เลือด
ดวงตาหวานเยิ้มกับใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างชัดเจน
แล้วไหนจะไอ้การกัดปากกลั้นเสียงครางแสนยั่วนั่นอีก
ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ได้ตั้งใจ
แต่มันก็ทำให้คนที่มีอารมณ์ความไคร่เต็มปรอทแบบทิเบต
อดที่จะก้มลงไปละเลียดชิมริมฝีปากบางอีกครั้งไม่ได้
“อะ...ไม่เอา!!”
อิชย์ตะโกนร้องลั่นเมื่อเห็นเปลวเพลิงปลดซิบเกงลงกอดจะเผยให้เห็ยแก่นกายใหญ่ที่ตั้งผงาดอยู่ตรงหน้า
ร่างบางพยายามจะดันตัวถอยไปข้างหลัง
แต่ก็ติดร่างหนาทิเบตที่นั่งซ้อนตัวเองไว้อีกที
'แล้วอย่างนี้
เขาจะหนีไปได้ยังไงกัน!'
ร่างบางกู่ร้องในใจ
ในขณะที่เปลวเพลิงเริ่มขยับกายสอดใส่เข้าไปในช่องทางสีหวาน
ร่างบางสะท้านเฮือกในทันที
ขนาดที่ใหญ่มันทำให้อิชย์รู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก
ถึงแม้จะเข้าไปได้แค่ส่วนหัวก็ตาม
มือบางบีบมือของทิเบตที่เข้ามาจับไว้ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้อย่างแรงเพื่อระบายความเจ็บ
หยาดน้ำสีใสที่กำลังก่อตัวและพร้อจะไหลเอ่อออกมาจากดวงตาสวยอีกครั้ง
“ทนหน่อยแล้วกัน”
ทิเบตพูดใกล้ๆหูของอิชย์
สีหน้าเหยเกที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดของคนที่เงยหน้าขึ้นมาส่งสายตาเว้าวอนมายังร่างสูง
'ให้ตาย
นายมันขี้ยั่วขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน'
ทิเบตสบถในใจกับอิริยาบถของคนตรงหน้า
และความอดทนของเขาก็ต้องขาดสะบั้นลงเมื่อได้ยินเสียงครางอยากเจ็บปวดปนสุขสมของร่างบาง
เดาได้ว่าผู้สมรู้ร่วมคิดหน้าซื่อของเขาคงจะดันกายของตัวเองเข้ามาจนสุดแล้ว
ทิเบตก้มลงบดจูบบนปากบางแรงๆหนึ่งที
แล้วชันตัวลุกขึ้นเอางัดเอากายใหญ่ออกมาจากเกงกางสีซีด
ก่อนจะยื่นมันไปตรงหน้าร่างบาง
พร้อมกับส่งสายตาไปให้ประมาณว่า
'กินมันเข้าไปซะ'
อิชย์ที่ตอนนี้รู้สึกว่าสมองขาวโพลนไปหมด
ก็ทำตามอย่างว่าง่าย
โดยไม่ได้ผ่านการกรองจากสมองใดๆทั้งสิ้น
“อึก...อื้ม..ม...อื้อ”
อิชย์ครางอื้ออึงในลำคอ
เมื่อร่างสูงของเปลวเพลิงเริ่มขยับกายเข้าออกอย่างช้าๆ
มันทั้งเสียด จุกแล้วก็เสียวไปในเวลาเดียวกัน
อิชย์มันไม่สามารถบรรยายความรู้สึกตอนนี้ออกมาเป็นคำพูดได้เลย
ทุกอย่างมันตีรวนกันไปหมด
ความผิดชอบชั่วดีถูกโยนทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง
เขาต้องการเก็บเกี่ยวช่วงเวลานี้ให้ได้มากที่สุด
เปลวเพลิงเร่งจังหวะเพิ่มมากขึ้นอีก
ร่างบางโยกไหวไปตามจังหวะที่ร่างสูงชักนำ
อิชย์ได้แต่ครางอื้ออึงอยู่ในลำคอเพราะปากของเขาถูกปิดผนึกด้วยกายใหญ่ของใครอีกคน
“เฮ้ย ฉันจะไม่ไหวแล้วว่ะ”
ทิเบตเงยหน้าขึ้นมาบอกกับเปลวเพลิงที่กำลังสนุกกับการกระแทกกระทั้นอารมณ์ใส่ร่างบางที่กำลังโยกคลอนไปตามจังหวะของตัวเอง
“เหมือนกัน” เปลวเพลิงพูดตอบทิเบต
ก่อนที่ร่างสูงจะหยุดขยับเอาเสียดื้อๆ
สร้างความไม่พอใจให้กับอิชย์เป็นอย่างมาก
'มีอย่างที่ไหนกัน
อยู่ดีๆก็หยุด บ้าไปแล้วรึไง!'
ร่างบางถูกจับขึ้นมานั่งซ้อนตักทิเบตเหมือนก่อนหน้านี้
แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือกายใหญ่ที่กำลังดุนดันอยู่ทางด้านหลัง
ทิเบตค่อยๆดันกายเข้ามาจนสุด
ด้วยเจลหล่อลื่นที่เขาทาไว้ก่อนหน้านี้ทำให้มันเข้าไปได้ง่ายขึ้น
ร่างบางครางสะท้านอย่างห้ามไม่ได้
“อึก...อ๊าา...ลึก...เกินไปแล้ว..อ๊ะ”
อิชย์รู้สึกได้มาท่านี้มันทำให้กายใหญ่สอดใส่เข้ามาได้ลึกว่าครั้งที่แล้ว
ร่างบางรู้สึกจุกเล็กน้อย
ก่อนจะแปลเปลี่ยนเป็นเสียวซ่าน
เมื่อทิเบตกระแทกตัวเข้ามาแรงๆหนึ่งที
ก่อนจะขยับช้าๆ
แล้วก็หยุดลงดื้อๆเหมือนที่เปลวเพลิงเพิ่งจะทำไป
ทำเอาร่างบางหงุดหงิดจนถึงขีดสุด
'ไอ้พวกบ้านี่
จะอะไรกันนักหนาเล่า!'
แต่ก็ได้หงุดหงิดอยู่ไม่นาน
เมื่อเปลวเพลิงเดินมาแทรกตัวข้างหน้าของร่างบาง
พร้อมกับกายใหญ่อีกอันที่เอามาจ่อประชิดช่องทางรักสีหวาน เมื่ออิชย์ลองคิดดูถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นก็ต้องผวาขึ้นมาอีกครั้ง
“นะ..นี่พวกนาย..จะทำอะไรกัน!”
ร่างบางตะโกนถามทั้งสองคนด้วยความกลัวแต่เมื่อสิ้นเสียงของร่างบาง
เปลวเพลิงก็ดันกายเข้ามา
แต่ก็ต้องหยุดลงเพราะมันแน่นเกินไปที่จะสอดใส่เข้าไปตอนนี้
เลือดสีแดงสดค่อยๆไหลออกมาอย่างช้าๆจากช่องทางสีหวานที่บวมช้ำ
แต่มันก็ยังไม่ได้ทำให้ทั้งสองคนหมดความพยายามที่จะสอดใส่เข้ามาพร้อมกันทีเดียวสองคน
กลับมองว่าเลือดสีแดงสดนั่นเป็นตัวหล่อลื่นให้เขาเข้าไปได้มากขึ้น
“ไม่...ฮึก..มันมาก...เกินไปแล้ว...ฮึก”
อิชย์ร้องสะอื้นออกมาจนตัวโยน
หยาดน้ำสีใสพรั่งพรูออกมาจากดวงตากลมมากมายเสียจนน่าสงสาร
ภาพตรงหน้าทำเอาทิเบตกับเปลวเพลิงชะงัก
หยุดการกระทำทุกอย่างลง
'นี่มันใช่เวลามาร้องไห้หรือ'
ถึงแม้ว่าในใจพวกเขาจะคิดแบบนั้นแต่ภาพตรงหน้าก็ย้ำเตือนให้เขาเก็บความคิดนั้นไว้ให้ลึกๆ
“พวกนาย...ฮึก...ทำไมถึง...ฮึก...ต้องทำขนาดนี้”
ร่างบางสะอื้นถามด้วยความเจ็บปวด
มันมากเกินไปมันเจ็บไปหมด
โหดร้ายกันเกินไปแล้วนะ....
“เพราะเป็นพวกเราหรือ
นายถึงได้ร้องไห้ขนาดนี้”
เปลวเพลิงเอ่ยถาม
ก่อนเอื้อมมือไปปาดน้ำตาให้ร่างบาง
“ฮึก...ฮือออ”
อิชย์ไม่ตอบและยังคงร้องไห้มากขึ้นทุกที
“นายอยากรู้เหตุผลมั้ยล่ะ”
ทิเบตเอ่ยถามไปบ้าง
แล้วก็ได้รับการตอบรับจากร่างบางด้วยการพยักหน้าหงึกๆทั้งน้ำตา
การกระทำนั้นทำเอาเขาอยากจะรีบสานต่อสิ่งที่ค้างเอาไว้ให้สำเร็จรุร่วงไปเสียเดี๋ยวนั้น
“.......พวกเรา
'รัก'
นาย อิชย์...นั่นคือเหตุผล”
ทิเบตและเปลวเพลิงตอบออกมาพร้อมกันด้วยเสียงหนักแน่น
“.....!!”
อิชย์ได้แต่งุนงงกับคำบอกรักที่กระทันหัน
เปลวเพลิงกับทิเบตเริ่มปรนเปรอร่างบางอีกครั้งเพื่อปลุกปั่นอารมณ์ที่หายไปให้กลับคืนมา ในขณะที่เขาทั้งสองคนมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมและจวนจะประทุออกมาได้ทุกเมื่อ
เปลวเพลิงเอื้อมมือไปรูดรั้งแก่นกายน่ารักตรงหน้าขึ้นลงเร็วๆสลับกัน
ส่วนทิเบตก็จับหน้าร่างบางให้หันไปรับจูบจากตนเอง
โดยที่มืออีกข้างก็เอื้อมไปบดขยี้ยอดอกสีหวานอย่างสนุกมือ
ไม่นานอารมณ์ร้อนรุ่มที่หายไปของร่างบางก็กลับมาอีกครั้ง
เปลวเพลิงอาศัยจังหวะนี้แทรกตัวเขาไปจนสุด
จนร่างบางผวาเฮือกคว้าคอแกร่งของเปลวเพลิงมากัดระบายความเจ็บ
ร่างสูงทั้งสองค่อยขับกายเข้าออกช้าๆเป็นจังหวะเนิบนาบ
กายใหญ่ที่สีครูดกับผนังด้านใน
ซึ่งตอนแรกมันเจ็บอยู่มาก
แต่ตอนนี้เมื่ออะไรเข้าที่เข้าทาง
สิ่งที่ร่างบางได้รับมาคือความเสียวซ่านที่แทรกซึมไปทั่วกาย
“อืมม...แน่นชะมัด”
ทิเบตสบถเบาๆด้านหลังอิชย์
ก่อนจะส่งซิกทางสายตาไปหาเปลวเพลิง
เป็นเชิงว่าให้ขยับเร็วขึ้น
“อ๊ะ...อื้อ...อ๊าาา”
เสียงครางระงมจากอิชย์ดังไปทั่วห้องผสมปนเปไปกับเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ฟังดูหยาบโลน
ริมฝีปากบางถูกทาบปิดด้วยริมฝีปากหยักของเปลวเพลิง
ลิ้นร้อนไล่เลียไปทั่วโพรงปากเพื่อกวาดชิมความหวานที่ราวกับหยาดน้ำผึ้งก็ไม่ปาน
ทิเบตโน้มตัวไปซุกไซร้ซอกคอขาวเบาๆก่อนจะก้มลงขบเม้มหนักๆ
จนเกิดเป็นรอยรักสีกุหลาบขึ้นหลายที่
ทั้งสองเร่งจังหวะขยับให้เร็วขึ้นอีกเมื่อตนเองใกล้จะไปถึงฝั่ง
รวมถึงร่างบางด้วยเช่นกัน
“อ๊า...อื้อ...จะไม่ไหวแล้ว”
เมื่อทั้งสองได้ยินดังนั้นก็เดินเครื่องกันเต็มที่
เสียงเตียงกระทบกับผนักดังกึกๆ
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาทั้งสองละความสนใจออกจากร่างขาวๆที่ขึ้นสีแดงละเรื่อไปทั่ว
หยาดเหงื่อผุดขึ้นมามากมายตามใบหน้าเนียน
รวมถึงพวกเขาด้วย
ทั้งสองเร่งความเร็วมาเรื่อยๆ
จนในที่สุดความต้องการทั้งหมดก็ถูกปลดปล่อยออกมาภายในช่องทางรัก
ร่างบางครางสุดเสียงก่อนจะปล่อยน้ำรักออกมาเต็มมือของเปลวเพลิง
ทั้งสองถอนกายออกจากช่องทางสีหวาน
หยาดน้ำสีขาวขุ่นที่มีสีแดงของเลือดปะปนไหลออกมาเปรอะเปื้อนไปทั่วเรียวขาของร่างบาง
อิชย์ทรุดตัวลงเนื่องจากหมดแรงกับกิจกรรมเมื่อครู่ไปอย่างมหาศาล
โดยมีทิเบตประคองร่างเอาไว้แล้วขยับให้นอนดีๆ
พร้อมกับคลุมผ้าห่มให้เรียบร้อย
“หนักไปป่าววะ”
ทิเบตหันไปพูดกับเปลวเพลิงถึงสิ่งที่พวกเขาทำ
“คงงั้นมั้ง”
เปลวเพลิงพูดตอบก่อนจะรีบบอกให้อีกฝ่ายใส่เสื้อผ้าแล้วไปเอาผ้ากับกะละมังมาเช็ตตัวให้ร่างบางที่นอนร่อแร่อยู่บนเตียงอย่างหมดแรง
ส่วนตัวเขาเองจะไปที่ครัวเพื่อทำข้าวต้มเอาไว้ให้ร่างบางเวลาตื่นแล้วจัดเตรียมยาทานแก้อักเสบและยาลดไข้
พร้อมกับยาทาที่จะต้องทาหลังจากที่ทิเบตเช็ดตัวให้ร่างบางเสร็จ
ชายร่างสูงทั้งสองร่วมมือกันทำงานกันอย่างแข็งขัน
โดยไม่รู้ตัวเลยว่าคนที่ตัวเองคิดว่าหลับไปแล้วกำลังจับตาดูพฤติกรรมของทั้งคู่อยู่อย่างเงียบๆ
อิชย์อดที่จะยกยิ้มขำออกมาเบาๆเมื่อทิเบตกำลังสับสนว่าตัวเองต้องทำยังไงต่อไป
ในขณะที่เปลวเพลิงเดินลงไปเตรียมอาหารด้านล่าง
'เรา...รักสองคนนี้?'
นั่นคือคำถามที่ค้างคาใจที่เขากำลังหาคำตอบ
ตึกตัก ตึกตัก
ตึกตัก
เสียงหัวใจเต้นรัวเร็วราวกับมันจะทะลุออกมาจากอก
เมื่ออิชย์นึกไปถึงเรื่องที่พึ่งผ่านไปเมื่อครู่
เขาไม่ได้โง่ที่จะไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงได้มีอาการอย่างนี้
อ่า...นี่ซินะ
คำตอบของคำถาม
“รักนะ
ไอ้พวกบ้า” อิชย์พูดขึ้นมาเบาๆ
ก่อนที่เปลือกตาของเขาจะค่อยๆปิดลงจริงๆ
มันฟังดูตลกเนอะว่ามั้ย
อีกคนก็ 'เพื่อนสนิท'
ที่เอาชีวิตรอดมาด้วยกัน
ส่วนอีกคนก็ 'ผู้ทรยศ'
ที่คอยตามฆ่า.........ช่างตลกเสียจริง
หึหึ
จบแล้วจร้าาาาาา
โอ้ยยยย ไม่คิดว่าจะจบ
แถมเป็น
NC แทบทั้งตอน
ทั้งที่ก่อนหน้านี้อีคนแต่งมันแต่ง
NC ไม่ได้!!
พิมพ์บรรทัดแรกก็เขินไปสามวันสามคืน
แต่มันเยอะขนาดนี้
แบบอเมซิ่งมาก~
ก็นะ
นี่เป็นการแต่งNCครั้งแรก
ไม่ดียังไงก็ขอโทษด้วย
เค้าจะปรับปรุงตัว><~~
มีคำผิดตรงไหนบอกได้นะ
รักคนอ่านนะจุ๊บๆ
ปล.ไม่ต้องสงสัยนะคะว่าทำไมคนในบ้านไม่รู้
เพราะว่าช่วงเวลานี้บ้านของเปลวเพลิงจะเหลือเพียงแค่พี่ยามหน้าประตูบ้านหนึ่งคน
เนื่องจากตัวบ้านมีเซฟตี้ดีแล้ว
แล้วก็ฟองดาวนางเพลียเหนื่อยจึงหลับลึกและไม่ได้ยินเสียงอะไรจ้าาา
อ่อแล้วก็มันคือการมโนของคนแต่งนะคะ(ตามที่ได้บอกไปในคำเตือน)
หลังจากนี้คือการอธิบายหลักการจิ้น
ซึ่งมันจะมีการสปอยเล็กน้อย
เตือนแล้วนะ
.
.
.
.
.
เอาล่ะเราจะมาอธิบายหลักการ
การมโนของคนแต่ง
เรื่องที่ว่าทำไมถึงได้รักกันได้ล่ะ
เฮ้ย~
ทั้งที่ตามฆ่ากันอย่างดุเดือด
เนื่องด้วยเรื่องที่ว่าผู้สมรู้ร่วมคิดนี่แล่ะค่ะ
ทำให้มโนไปเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ล่ะค่า~
พอจบ!
(ใครที่ไม่อยากอ่านนิยายต้นฉบับแต่รู้สึกงงกับเรื่องผู้สมรู้ร่วมคิด
ถามได้ที่ข้อความเฟสได้นะจ๊ะ
เพราะมันเกี่ยวกับตอนจบของเรื่อง)
เฟสคนแต่งจ้า จิ้มๆ
เฟสคนแต่งจ้า จิ้มๆ
